พ่อเมืองชัยนาท ‘จำลอง โพธิ์สุข’ ศรัทธาพระหลวงปู่ทวด

แวดวงคนรักพระเดี๋ยวนี้แพร่หลายกันมากขึ้น ไม่ว่าใครก็นิยมชมชอบ ถ้าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ด้วยแล้ว ส่วนมากมักมีที่พึ่งทางใจ แขวนพระเครื่องติดตัว เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพราะเปรียบเสมือนตัวแทนพระพุทธเจ้า เตือนสติให้มีกำลังใจและมีความมั่นใจ

วันนี้ “อะไรในคอคนดัง” มีโอกาสไปจับเข่าคุยกับ นายจำลอง โพธิ์สุข ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งที่ชื่นชอบและศรัทธา “พระเครื่อง” เช่นเดียวกัน

ท่านผู้ว่าฯ เป็นชาวฝั่งธนบุรีโดยกำเนิด เกิดแถวบางบอน ย่านพระราม ๒ แต่เดิมครอบครัวเป็นลูกชาวนา ดำนา เกี่ยวข้าว ทุกวันนี้ก็ยังทำนาเป็นอยู่ คุณพ่อเป็นเพื่อนกับ หลวงพ่อทองใบ ทองสุข เจ้าอาวาสวัดกำแพง เขตบางขุนเทียน เมื่อปี ๒๕๐๑ จึงได้พาท่านไปฝากไว้เป็นลูกศิษย์วัด หิ้วปิ่นโตเดินบิณฑบาตไปกับ หลวงพ่อทองใบ และเรียนหนังสือระดับชั้นประถมศึกษา สอบได้ที่ ๑ ทุกครั้ง จนกระทั่งจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๑๘

เข้ารับราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ชีวิตก้าวหน้าตามลำดับ จนเป็นหัวหน้าสำนักงาน จ.กระบี่ จ.ระนอง เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ทำงานตำแหน่งนี้นานถึง ๗ ปี จนอาวุโสมากที่สุดในบรรดารองผู้ว่าฯด้วยกัน และขยับนั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ถึงปัจจุบัน

ท่านผู้ว่าฯ เล่าว่า พระเครื่องที่ศรัทธามีหลากหลาย แต่ที่บูชาติดตัวมีพระหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ พิมพ์  ๓ เหลี่ยม กลีบบัว รุ่นแรก ปี ๒๕๐๗ เพียงองค์เดียว ได้มาจากรุ่นพี่คนใต้ ก็นำมาห่มจีวรพร้อมสร้อยคอทองคำหนัก ๓ บาท เมื่อปี ๒๕๑๘ จนทุกวันนี้นานกว่า ๓๕ ปี ไม่เคยเปลี่ยนและไม่มีพระเบญจภาคีเหมือนคนอื่น ๆ

“ผมเคยพบประสบการณ์กับตัวเอง เคยขับรถไปคนเดียวแถว จ.ชุมพร มีรถตัดหน้ากะทันหัน ตกใจเหยียบเบรก รถเสียหลัก หมุนคว้างกลางถนน น่าแปลกผมไม่เป็นอะไรเลย ทำให้ศรัทธาพระหลวงปู่ทวดมาก ตั้งแต่นั้นมาผมจึงแขวนเดี่ยวมาตลอด”

ก่อนอำลา ท่านผู้ว่าฯ ยังบอกว่า เรื่องศรัทธา เรื่องความเชื่อ อยู่ที่จิตใจ ให้เรามุ่งมั่น ทำให้มีกำลังใจเมื่อเราประสบเหตุ หรือเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดี เราจะยกมือพนมขึ้นเหนือหัว ขอให้หลวงปู่ทวดช่วยด้วยทุกครั้ง ก็ผ่านเรื่องร้าย ๆ ไปด้วยดี

“ถ้าเรามีของดี ไม่รู้จักใช้ ไม่ยึดถือศีลห้า ไม่ทำบุญใส่บาตร ไม่มีจิตเมตตา เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ ยังมีความโลภ อยากได้ไม่รู้จักพอ มีของดีแต่จิตใจของเราไม่ดี อยากได้อยากมีของผู้อื่นแล้วของดีจะอยู่กับตัวได้อย่างไร”.

ที่มา http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=636&contentID=129021

Advertisements