ของดีมีน้อย ‘สมเด็จอรหัง’ วัดบวรนิเวศวิหาร

ร่วมสมทบทุนกฐินประทานสมเด็จพระสังฆราชฯ ในบรรดาพระเครื่องใต้ฟ้าเมืองไทยที่ได้รับการยอมรับและมีประสบการณ์สูงมีผู้ เลื่อมใสเคารพศรัทธามาอย่างยาวนานต่อเนื่องนั้น  คงไม่มีใครปฏิเสธ “สมเด็จอรหัง” ซึ่งด้วยต้นตำรับอันเข้มขลัง และเป็นที่เสาะแสวงหากันอย่างกว้างขวาง ก็คือ สมเด็จอรหังของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) แห่งวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงพระเกียรติคุณเป็นที่เลื่องลือพระองค์หนึ่งในยุค รัตนโกสินทร์ ทรงพระคุณพิเศษ  ในด้านวิปัสสนาธุระจนมีพระฉายานามอันเป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่ประชาชนว่า “พระสังฆราชไก่เถื่อน” เพราะทรงสามารถแผ่พรหมวิหารธรรมให้ไก่ป่าเชื่องเป็นไก่บ้านได้

สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ประสูติเมื่อ  วันศุกร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ (๑) เดือนยี่ ปีฉลู จุลศักราช ๑๐๙๕  พ.ศ. ๒๒๗๖ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ สันนิษฐานกันว่าคงเป็นชาวกรุงเก่า ปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า เมื่อครั้ง  กรุงธนบุรีเป็นพระอธิการอยู่วัดท่าหอย ริมคลอง คูจาม (ในพระราชพงศาวดาร เรียกว่าคลองตะเคียน) ในแขวงรอบกรุงเก่า มีพระเกียรติคุณในทางบำเพ็ญสมถภาวนา ผู้คนนับถือมาก

ครั้น พ.ศ. ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกเสด็จ  เถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมรัชกาลแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อได้ทรงจัดการข้างฝ่ายอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้มีพระราชดำริ จัดการข้างฝ่ายพุทธจักรเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเสื่อมโทรมเศร้าหมอง เพราะการจลาจลวุ่นวายในบ้านเมือง จึงได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง  พระราชาคณะในตำแหน่งต่าง ๆ ตามโบราณราชประเพณี และได้ทรงแสวงหาพระเถระผู้ทรงคุณพิเศษจากที่ต่าง ๆ มาไว้ในตำแหน่งที่สมควร เพื่อรับภาระ ทางพระพุทธศาสนาสืบไป และก็ในคราวนี้เองที่ได้ “โปรดให้นิมนต์พระอาจารย์วัดท่าหอย คลองตะเคียน แขวงกรุงเก่า มาอยู่วัดพลับ ให้เป็นพระญาณสังวรเถร” พระอาจารย์วัดท่าหอยดังกล่าวนี้  ก็คือ สมเด็จพระสังฆราช (สุก) นั่นเอง

ปัจจุบัน สมเด็จอรหังของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) เป็นที่หมายปองของ “นักนิยมพระ” และผู้ศรัทธา ซึ่งของแท้ ๆ และสภาพ สวย ๆ หาชมได้ยากเย็นยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ใครอยากมีไว้ในครอบครองต้องใจ  ควักกระเป๋าเช่าบูชาด้วยตัวเลขไม่ต่ำกว่า ๖-๗ หลักเลยทีเดียว

เมื่อหาสมเด็จอรหัง ต้นตำรับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ก็เคยจัดสร้างสมเด็จอรหัง ขึ้นเช่นกัน ด้วยจริยวัตรอันงดงามและความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาญาณของท่านไม่เป็นรองใคร ทำให้วัตถุมงคลทุกรุ่นทุกองค์ความเข้มขลังไม่แพ้พระเถราจารย์ยุคเก่า

พระสมเด็จอรหัง ของดีที่หายาก ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานอนุญาตให้จัดสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ มีส่วนผสมของผงกรุสมเด็จบางขุนพรหม, วัดระฆัง และผงพุทธคุณของพระเกจิคณาจารย์เป็นจำนวน  มาก ในกฐินกาล ๒๕๕๓ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระสมเด็จอรหังให้กับสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อมอบให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทอดกฐิน ประทาน ณ วัดเวฬุวัน อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ในวันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓

ในมหามงคลโอกาสที่เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชฯ ครบ ๒๑ ปี ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓  และทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๗ พรรษา ในวันอาทิตย์ที่ ๓  ตุลาคม ๒๕๕๓  สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ วัดบวรนิเวศวิหาร จึงได้นำ “พระสมเด็จอรหัง” จำนวน ๔,๙๙๙ องค์ ออกมามอบให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญทอดกฐินประทาน เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนสร้าง “พระบรมธาตุเจดีย์ และวิหารพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน” ณ วัดเวฬุวัน จ.หนองคาย ซึ่งพระพุทธวิหารนี้มีขนาดพื้นที่ใช้สอย ประมาณ ๒,๐๐๐ ตารางเมตร ซึ่งสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ สร้างถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จ  พระสังฆราชฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๗ พรรษา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง

สำหรับประวัติพระสมเด็จอรหังนั้น นาวาโท กวี รัตนวโรภาส ได้รวบรวมผงวิเศษ ๕ ประการ ได้แก่ ผงอิทธิเจ, ผงปัตถมัง, ผงมหาราช, ผงพุทธคุณ, ผงตรีนิสิงเห และเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ทำตามตำราการสร้างพระผงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เพราะเห็นว่าผงดังกล่าวเป็นนามที่เป็นสิริมงคล กล่าวคือ ความหมายประการแรก หมายถึง ความเป็นผู้ดีมีสกุล ประการที่สอง หมายถึง เป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ประการที่สาม หมายถึง ความมั่งมีศรีสุข และส่วนหนึ่งได้ผงกรุพระสมเด็จบางขุนพรหมจากหลวงพ่อโอภาสี ณ สวนพุทธบูชา บางมด กรุงเทพฯ มาจัดสร้างพระในครั้งนี้  หลังจากที่ได้  รวบรวมมวลสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นาวาโทกวี จึง ไปจ้างช่างแกะพิมพ์พระสมเด็จอรหังด้วยหินลับมีด  โกนที่ร้านช่างจำเนียร หน้าวัดมหรรณพฯ กรุงเทพฯ

ครั้นเมื่อถึงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๑๑ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ก็ได้ฤกษ์ ประกอบพิธีสร้างพระสมเด็จอรหัง โดยมีหลวงปู่อ่อง ยโสธโร วัดใหม่พิเรนทร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นาวาโท กวี และนายอุดม รัมมะวาสน์ เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง แล้วนำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ มีพระเกจิคณาจารย์นั่งอธิษฐานจิตตภาวนา จำนวน ๑๔๗ รูป

ในจำนวนพระเกจิคณาจารย์นั้นมีหลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อยู่ด้วย นาวาโทกวี ได้เก็บรักษา “พระสมเด็จอรหัง” ไว้เป็นอย่างดี ต่อมาเมื่อนาวาโทกวี ได้ป่วยและถึงแก่กรรม นางสาวทิพอาภา รัตนวโรภาส (ผู้เป็นธิดา) จึงได้นำพระผงสมเด็จอรหังดังกล่าวน้อมถวายเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงรับพระสมเด็จอรหังไว้แล้ว โปรดให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๕  พฤษภาคม ๒๕๕๒  เวลา ๑๕.๑๙ น. ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เป็นประธานจุดเทียนชัย

จากนั้นเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ประทาน  “พระสมเด็จอรหัง” ให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อนำออกมามอบให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทอดกฐินประทานในครั้งนี้ “พระสมเด็จอรหัง” มีพุทธลักษณะพิมพ์ทรงเป็น “พระสมเด็จทรงเจดีย์” เนื้อผงผสมผงกรุบางขุนพรหมกรุเก่าและใหม่ ด้านหลังมียันต์อักขระขอม ๓ ตัว อ่านว่า “อรหัง” จำนวนสร้าง ๔,๙๙๙  องค์

นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ศรัทธาจะได้สุดยอดพระเครื่องวัตถุมงคลไว้บูชา เพราะสมเด็จอรหัง เป็นพระเก่าที่หายาก และในการนี้สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ประทานให้เป็นกรณีพิเศษ สำหรับพุทธศาสนิกชนที่จะร่วมทำบุญทอดกฐินประทาน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระ สังฆราชวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2281-2831-2 หรือโทร.08-1552-9967. ข่าวพระเครื่อง

อาราธนานัง  รายงาน
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=502&contentId=86585

Advertisements