แสตมป์หายากราคาสูง แสตมป์สมัย ร.5 พ.ศ. 2432

ความเสื่อมโทรมของพระภิกษุในระยะ 2-3 ปี มานี้ ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สร้างความมัวหมองให้แก่พระพุทธศาสนา

แต่ขอให้เข้าใจว่า เป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์บางรูป บางองค์ เท่านั้น แต่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังคงประพฤติดี ประพฤติชอบเป็นที่เคารพของพุทธบริษัทอยู่เสมอ

ศาสนาพุทธ ยังคงมั่นคงและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนอยู่
ไม่ได้เสื่อมลงแต่อย่างใด

ขณะนี้มีข่าวที่ไม่น่าเกิดขึ้นคือ วัดไทย ชื่อวัดโพธิญาณ ที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีเจ้าคุณพระวิสุทธิสังวรเถร พระราชาคณะชั้นสามัญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ที่มีหลวงพ่อชา สุภัทโท พระอริยสงฆ์ชื่อดังเป็นผู้ก่อตั้ง

พฤติกรรมของพระวิสุทธิสังวรเถร นั้น ถือว่ากระทำผิด จึงตัดออกจากคณะสงฆ์ไทย ทางคณะสงฆ์ไทยจะไม่ดูแลและอุปถัมภ์ต่อไป

การบวชภิกษุณีนั้น ต้องบวชถึง 2 ครั้ง คือ ต้องบวชกับพระภิกษุ ซึ่งพระอุปัชฌาย์เป็นผู้ชายก่อน แล้วจึงไปอุปสมบทกับพระอุปัชฌาย์ที่เป็นสตรีอีกครั้งหนึ่ง จึงจะเป็นพระภิกษุณีถูกต้องตามพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทหรือหินยานได้

ขณะนี้พระภิกษุณีฝ่ายหินยานหรือเถรวาทที่ไทย พม่า ลังกา กัมพูชา ลาว ฯลฯ นับถืออยู่ไม่มีพระภิกษุณี ไม่มีมานานแล้ว

พระภิกษุณีตามกำหนดไว้ว่า มีพุทธบริษัท 4 นั้น ความจริงมีเพียง 3 เท่านั้น คือ ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา

แต่ทางลัทธิมหายาน เช่น จีน ญวน ทิเบต ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฯลฯ นั้นยังมีภิกษุณีอยู่

สำหรับประเทศไทยนั้นมีสำนักภิกษุณีที่นครปฐม เจ้าอาวาสวัดนี้เป็นถึงดอกเตอร์ จบจากสหรัฐอเมริกา โดยเป็นอาจารย์ ธรรมศาสตร์

ศึกษาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง จึงอยากบวชเป็นภิกษุณี แต่ทำไม่ได้ในไทย จึงไปบวชเป็นภิกษุณีที่ไต้หวัน

และมาตั้งสำนักภิกษุณีในประเทศไทย มีสตรีมาบวชเป็นภิกษุณีสืบต่อมาอีกหลายรูป

ในอดีตนั้น สมัย ร.5 นายนรินทร์ กลึง ได้ตั้งสำนักสามเณรี ขึ้นที่บ้านของตน และให้บุตรสาวของตนถือศีล 10 และยกให้เป็น สามเณรี เกิดเป็นข่าวฮือฮากันทั้งเมือง แต่ลงโทษนายนรินทร์ไม่ได้

ต่อมา สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวรสิริ วัฒน์ (ม.จ.ภุชงค์ สิริวฑฺฒโน) สถิต ในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ออกพระบัญชาห้ามการอุปสมบท ให้แก่สตรี ซึ่งหมายถึงสตรีก็บรรพชาเป็นสามเณรีไม่ได้ด้วย และต่อมาในยุคปัจจุบันได้มีมติมหาเถรสมาคมถึง 2 ครั้ง ห้ามภิกษุสงฆ์ทำพิธีอุปสมบทให้สตรีเป็นภิกษุณี

วันนี้ได้นำแสตมป์หายากราคาสูงมาให้ชม ซ้ายสุดเป็นแสตมป์สมัย ร.5 พ.ศ. 2432 ชุดชั่วคาว แก้ เสี้ยวเป็นอัฐ บล็อก 4 ดวง มุมซ้ายเป็นตัวตลกไม่มีคำแก้ว่า อัฐ ได้มีการนำออก   ประมูลเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตั้งราคาไว้ถึง 120,000 บาท

ส่วนอีกชุดเป็นชุด “มนังคศิลา” ครบชุด พ.ศ. 2468 ราคา 1-20 บาท ยังไม่ได้ใช้ มีการประมูลตั้งราคาไว้ 280,000 บาท แต่ มีผู้ให้ราคาสูงถึง 310,000 บาท นับว่าสูงมาก

พบกันอาทิตย์หน้า.

สมเจตน์ วัฒนาธร
วันอาทิตย์ ที่ 03 มกราคม 2553www.dailynews.co.th

Advertisements